Voice in the Gentle Wind

ธันวาคม 7, 2007

Here Comes Another Bubble

Filed under: NoneSense, simple thoughts — deans4j @ 2:38 pm

ช่วงนี้ข่าวเยอะนะครับ แต่ผมไม่ว่างเอง ไว้ปีใหม่รอการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ทีเดียวละกัน ตอนนี้เอา MV ไปดูพลางก่อน : )

Advertisements

ตุลาคม 10, 2007

Pair Programming (2)

Filed under: NoneSense, simple thoughts — deans4j @ 12:10 am

(more…)

ตุลาคม 9, 2007

Pair Programming

Filed under: NoneSense, simple thoughts — deans4j @ 12:05 am

ใครทำ Pair Programming มีอาการแบบนี้บ้าง?

ตุลาคม 4, 2007

What I Read : Rich Client Programming + Filthy Rich Clients

Filed under: simple thoughts — deans4j @ 2:03 am

เล็งสองเล่มนี้ไว้ตั้งแต่ยังไม่ออก พอออกแล้วเลยสั่งมา อยากเก็บไว้เป็นที่ระลึกซักหน่อย

ผมมองการณ์ไกลถึงเรื่องจาวาบน Desktop Client ว่ามีโอกาสจะกลับมาแบ่งส่วนตลาดได้บ้าง หลังจากที่พักหลังๆ ดูเหมือนว่าจะมีโมเมนตั้มที่ดีขึ้นเรื่อยๆ

เล่มแรกมีชื่อเต็มๆ ว่า Rich Client Programming – plugging into NetBeans Platform เนื้อหาส่วนใหญ่ก็โฟกัสไปที่การใช้งานตัว NetBeans Platform นั่นเอง ผมอ่านเล่มนี้ไม่ได้หมายความว่าผมต่อต้านหรือยืนฝั่งตรงข้ามกับ Eclipse RCP นะ แต่เป็นเพราะพื้นความรู้สถาปัตยกรรมของ Swing ที่มีมากกว่า เลยไม่อยากเสียเวลาไปอ่าน SWT มากนัก พอดีผมยังเป็นวัยรุ่นอยู่ ยังอยากมีเวลาเที่ยวเล่นบ้าง : P

เล่มที่สอง Filthy Rich Clients – Developing Animated and Graphical Effects for Desktop Java Application ชื่อยาวมากแล้วก็เขียนสนุกมากเช่นเดียวกัน  คนเขียนก็คนคุ้นเคย Chet Haase กับ Romain Guy ที่ผมชอบยกข่าวอ้างอิงจากบล่อกแกบ่อยๆ ทั้งคู่ขึ้นชื่อเรื่องอารมณ์ขันดีเด่นอยู่แล้ว อ่านก็เลยเพลินซะ เล่มนี้พูดถึง Timing Framework Library ที่เคยเล่าข่าวไป แล้วก็พูดถึง Painter Interface ใหม่ที่เคยเล่าไปแล้วเช่นกัน ซึ่งสองเทคโนโลยีนี้จะตามหลังมาเป็นมาตรฐานใน Java 7 จะช่วยเปิดความสามารถการทำเอเฟกต์ต่างๆ ใน Java2D ให้เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น และมีการ reuse ที่ดีขึ้น เป็นอีกทางเลือกนอกจาก JavaFX ที่มาใหม่ ถึงแม้เล่มนี้จะสนุกดี แต่อ่านแล้วต้องมีความรู้ Computer Graphic น่าจะอ่านได้ลื่นขึ้น ซึ่งเป็นหนึ่งในวิชาคอมฯ ไม่กี่ตัวที่ผมไม่ได้ลงเรียนตอนป.ตรี

 

สองเล่มนี้ได้มาเป็นอาทิตย์แล้วครับ แต่ไม่ได้พูดถึงเพราะยุ่งตลอด สั่งผ่าน Amazon.com เล่มละ $32 -33 ถือว่าซื้อได้ถูกกว่าตอนปัจจุบันเพราะสั่งจองล่วงหน้า (ปัจจุบันแม้จะซื้อร่วมกันก็ยังแพง $82.98 เพราะ Amazon.com กลับไปขายเล่มแรกเต็มราคาที่ $49) พอได้มา ก็เหมือนซื้อ CD เพลงแหละครับ เอาเก็บเข้าตู้ แล้วก็หยิบเวอร์ชัน e-book ที่ได้มาก่อนหน้านานแล้วมาอ่านต่อ : P จะหยิบออกมาก็ตอนอยากเอาไปอ่านระหว่างการเดินทางซะมากกว่า

อีกเล่มนึงที่ผมแนะนำว่าให้อ่าน โดยเฉพาะแฟนๆ eXtreme Programing คือ Test Driven – practical TDD and Acceptance TDD for Java Developer จากสำนักพิมพ์ Manning โดย Lasse Koskela เป็นอีกคนที่เขียนสนุกดีมากๆ ผมว่าเหมาะเลยที่จะใช้เป็นหนังสือเล่มแรกให้กับ developer ที่ไม่เคยทำ TDD มาก่อน เพราะเท่าที่เคยดูมาหลายเล่มส่วนใหญ่จะไม่ค่อยเน้นการโน้มน้าวสู่ TDD เท่าไหร่ คนอ่านที่โดนหลอกมาอ่านถ้าไม่เคยรู้มาก่อนว่า TDD คืออะไรอาจจะเหวอได้ แต่เล่มนี้ไม่ค่อยเน้น code ครับส่วนใหญ่จะเน้นการปูคอนเซปต์ที่ดี ตอนนี้ที่ JavaLobby ก็มีบทสัมภาษณ์ Lasse Koskela ใช้คำว่า “a must have book” ซึ่งผมว่าไม่เว่อร์เกินไปเลย ส่วนตัวผมให้ดาวพอๆ กับเล่ม Hibernate in Action จากค่ายเดียวกันเลย

ตุลาคม 1, 2007

Tagged : ๘ Facts

Filed under: NoneSense, simple thoughts — deans4j @ 11:17 pm

โดนพี่พิมแปะมา กติกามีอยู่ว่า

1. Post these rules
2. Each person tagged must post 8 random (hopefully interesting) facts about themselves
3. Tags should write a journal of these facts
4. At the end of the post 8 more bloggers are tagged and named
5. Go to their page and leave a comment telling them that they’re tagged.

นะ อันที่จริง เคยทำ tagged 5 ข้อมาแล้วใน spaces เนื้อหาคล้ายกัน ไม่ค่อยมีคนอ่าน (blog นี้ก็พอกัน) ก็เลยถือโอกาส extend ซะ เพราะฉะนั้นขอเริ่มที่ข้อ 6 เลยละกัน (เล่นง่ายไปมะ : P)

6. มีนิสัยชอบรู้ลึก

ปกติน่าจะเรียกว่าข้อดีแต่บางทีก็กลายเป็นข้อเสีย เพราะจะทำให้สนใจเรื่องนั้นจนไม่มีเวลาทำสิ่งที่ควรทำ เวลาในหนึ่งวันก็มี 24 ชม. เหมือนชาวบ้าน เลยกลายเป็นว่ามีคิวของสิ่งที่ต้องรู้ยาวขึ้นทุกวัน อัตราของสิ่งที่เข้ากับสิ่งที่ออกก็ดันไม่สอดคล้องกันเอาซะเลย ถ้ามันเป็นอย่างนี้ต่อไปดูเหมือนในไม่กี่ปีข้างหน้าอาจจะต้องย้ายไปอยู่ดาวพฤหัส (วันนึงจะได้มีมากกว่า 24 ชม.)

7. สนใจเรื่อง skincare+สุขภาพ

ดูจากหน้าตาและนิสัยไม่น่าจะเหมาะกับเรื่องพวกนี้เอาซะเลย ก็เลยไม่ค่อยได้บอกใครว่าจริงๆ แล้วชอบศึกษาพวก skincare ครีมบำรุงผิว ที่มาที่ไปเริ่มจากตัวเองเป็นคนที่สุขภาพแสดงออกทางกายภาพอย่างตรงไปตรงมา เวลาโทรมนี่คือโทรมจริงๆ (ผอม สิว ดำ) แต่ถ้าช่วงไหนดีก็ดีไปเลย พอดีช่วงที่อกหัก+เครียดเรื่องงานเลยโทรมไปพักใหญ่ ไม่มีอะไรจะแย่ไปกว่านั้นแล้ว พอปัญหาเริ่มเข้าที่เข้าทางมีเวลาส่องกระจกบ้างเลยรับไม่ได้กับสิ่งที่เห็น เป็นที่มาของการเริ่มศึกษา

เวลาศึกษาเนื่องจากนิสัยในข้อ 6 เลยไม่มีหรอกนะ ประเภทอันนั้นคนนั้นว่าดีคนนี้ก็ใช้เลยใช้ตามๆ เค้า เวลาดูเลยจะอ่านข้างกล่องเสมอว่ามันใส่อะไรลงไปบ้าง หมายความว่าตัวเองจะต้องมีคุณสมบัติในการรู้ว่าส่วนผสมตัวไหนช่วยเรื่องอะไรบ้าง ข้อมูลก็หาเอาจากบทความอินเตอร์เนต งานวิจัย อ่านเพลินดีเหมือนกัน

อีกแล้ว เหมือนเป็นข้อดีของตัวเองแต่บางทีก็เป็นข้อเสียเพราะชอบลองของ จับเอาตัวเองเป็นหนูทดลองซะเลย ผลที่ได้บางทีก็แพ้ หน้าแหก หายซ่าซะ (สังเกตุได้จาก NJUG 3.0 ยังหน้าใสอยู่เลย พอ NJUG 4.0 รอยสิวตรึม T_T )

8. เป็นคนมีสัมผัสที่ 6

พิสูจน์ไม่ได้แต่คิดว่าตัวเองมีบ้าง อย่างน้อยก็มากกว่าคนปกติ ไม่ค่อยมีคนรู้เพราะไม่ได้บอกใคร ที่น้อยกว่านั้นก็คือคนที่เชื่อ ตอนเด็กๆ จะแรงกว่าตอนโต ตอนนี้ไม่ค่อยมีแล้ว จะเด่นทางด้านโทรจิตกับเรื่องทายอนาคตอันใกล้ บอกได้ว่าใครจะมา ตอนกี่โมง เดี๋ยวจะเกิดอะไรขึ้น พอโตขึ้นแล้วโลกวุ่นวายมีเรื่องอะไรให้คิดเยอะ เลยเหมือนความสามารถด้านนี้ไม่ได้ถูกฝึกเลยฝ่อๆ ไป

แล้วไม่ต้องมาขอหวยนะ

ครบ 8 ข้อละ ไหนๆ ก็กึ่งๆ แหกกฎแอบขี้เกียจมาแล้วนิดนึง เอาเป็นว่าขอแหกกฎเพิ่มเป็นไม่ส่ง tag ต่อละกัน : )

กันยายน 24, 2007

เล่าย้อน NJUG 4.0

Filed under: javant-garde, simple thoughts — deans4j @ 6:14 am

เล่าช้าไปหน่อยเพราะช่วงนี้งานหนักจริงๆ ไม่ค่อยมีเวลามากพอจะแบ่งมาเขียน/อ่านบล่อกยาวๆ เลยไม่ได้ฤกษ์พูดถึงเรื่องนี้ซักที

สำหรับงาน NJUG เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาถือว่าสนุกมากทีเดียว ผู้พูดทั้งหลายก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เนื้อหาไม่หนัก และเป็นการโปรโมตและเปิดมุมมองให้กับคนที่ไม่ได้สนใจศาสตร์ทางด้าน Software Engineering ให้เห็นภาพมากยิ่งขึ้น

วันนั้นผมมาสายไปชั่วโมงกว่าเพราะคืนก่อนหน้านั้นกว่าจะได้นอนก็เช้าแล้ว นอนไปไม่ทันไร 8 โมงก็ต้องลุก ถ้าเป็นงานอื่นคงมีการโดดไปแล้ว ไปถึงแบบเบลอๆ เข้าไปคุณ ณรงค์ (minimalism) กำลังพูดอยู่พอดี สิ่งที่แรกที่เอะใจคือ แกดูหนุ่มกว่าภาพที่วาดไว้แหะ ผมไปนั่งข้างพีอ็อด (siroz) ที่เพิ่งมา NJUG ครั้งนี้เป็นครั้งแรก ตอนแรกผมนึกว่าจะมาไม่ทัน session นี้ซะแล้ว ที่ขำกว่านั้นคือผมนึกว่าคนที่พูดอยู่เป็นพี่บอมบ์ (Bomber) ซะอีก เพราะผมจำหน้าพี่บอมบ์ได้แบบเลือนลางแถมยังดูหนุ่มอยู่เลยไม่คิดว่าจะใช่พี่ณรงค์ เนื้อหาทั่วไปก็เกี่ยวข้องกับ Agile, SPI, Project management ซึ่งเรื่องพวกนี้ผมชินหูกว่าคนอื่นๆ อยู่แล้ว แต่ก็ได้ไอเดียจากพี่ณรงค์พอสมควร ศัพท์ใหม่อย่าง ปรัชญาซอฟต์แวร์ เศรษฐกิจพอเพียง เทคนิกการจุดชนวนบั๊กอย่างตั้งใจ เนื้อหาแน่นเอี๊ยดเลยทีเดียว เสียดายเหมือนกันที่งานนี้ได้คุยกับพี่เค้าน้อยไปหน่อย

จากนั้นก็ถึงตาพี่บอมบ์พูดแล้ว พี่บอมบ์พูดถึง eXtreme Programming หนึ่งในเมธอดแขนงนึงของ Agile SDLC ที่ทีมงานของพี่เค้าใช้สร้างโปรเจกต์ set top box PVR ตัวใหม่ของ True เล่าได้สนุกและเห็นภาพดี ส่วนตัวชอบ XP เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เลยรู้สึกอิจฉาทีมงานที่ได้ประยุกต์ใช้อย่างจริงจัง

session ตอนบ่ายเป็นเรื่อง MDA ของคุณโรเบริต เพื่อนคุณโอลาฬ (olarn) คุณโรเบิรตเป็นคนฮ่องกงตอนแรกนึกว่าจะได้ฟังภาษาอังกฤษซะอีก ไปมาๆ แกพูดไทยได้ชัดและเก่งกว่าคนไทยหลายคนด้วยซ้ำ ทักษะทางด้านการพูดเป็นที่น่าประทับใจมากมาย ผมรู้เรื่อง MDA บ้างแบบเบาบาง ก็ได้คุณโรเบริตช่วยทำให้ภาพบางส่วนชัดขึ้นมา แอบเก็บมาคิดว่าจาก session XP เทียบกับ session นี้ ทั้งสองอย่างดูจะไปด้วยกันไม่ได้เลยแหะ

ปิดท้ายด้วย session เรื่องงานๆ เงินๆ เกร็ดไอเดียที่น่าสนใจที่ควรจะรู้ไว้เพื่อชีวิตที่ดีกว่า บริษัท ISM มาพูดเรื่องนี้ พอดีกับว่าช่วงนี้เริ่มมองเรื่องงานประจำไว้บ้างแล้วเลยสนใจฟังเป็นพิเศษ

ส่วน session นอกรอบเป็นการยืนคุยกันเป็นชั่วโมงในห้องสัมนาของ INET นั่นแหละครับ มีแยกเป็น 2-3 วงได้ ก็เดินเข้าวงนี้ออกวงนั้นไปเรื่อย

จำนวนคนที่มาในคราวนี้ก็ประมาณ 50+ คน มีทั้งใหม่ผสมเก่าคละกันไป มีน้องระดับม.ปลายมาฟังด้วย เท่ไปเลย แต่ที่เด็กกว่านั้นเป็นนริสา junior ลูกคุณฟูเกียรติที่น่ารักมากมาย

ตอนจบงานจบผมก็จบด้วย หมดแรงไปเลยเพราะนอนน้อยมาหลายวันติด กว่าจะสโลสเลกลับถึงบ้านก็เกือบเที่ยงคืน พอดีมีธุระต้องไปทำต่ออีก 2-3 ที่เลยโทรมสุดๆ

หวังว่าคราวหน้าคงจะได้พูดซักทีในสภาพที่ดีกว่านี้

กันยายน 14, 2007

อยากทำเป็น

Filed under: NoneSense, simple thoughts — deans4j @ 2:28 am
Vodpod videos no longer available.

มุกสวมแหวนใครทำเป็นช่วยสอนที

กันยายน 11, 2007

Java is Everywhere …

Filed under: NoneSense, simple thoughts — deans4j @ 2:32 am

Even in Dillbert. He also mentioned about Java capabilities …

If you wonder how suppose to think about him as a good Java geek, read this thread. : )

ที่มา – TSS

กันยายน 5, 2007

Google Phone ใช้ JavaFX Mobile?

Filed under: javaFX, simple thoughts — deans4j @ 5:37 am

ลือกันให้แซ่ดว่ากูเกิลทำมือถือ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือรายละเอียดของมันนี่แหละ

เวบ lastest-mobile.com อ้างอิงจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ ว่า Google Phone

  • ทำงานบน Linux โดยสามารถรัน JVM ได้ในตัว
  • ทุกๆ แอพลิเคชันเขียนจากจาวา สามารถเล่นไฟล์มัลติมีเดียรวมทั้งคลิปวิดีโอ
  • ส่วน UI จะเหมือนมือถือทั่วไปที่ตอบสนองได้รวดเร็ว เขียนด้วยจาวา ที่ขาดไม่ได้ก็ต้องมีช่อง search ข้อมูล
  • ส่วนด้านเวบบราวเซอร์ว่ากันว่าจะมีลักษณะคล้าย iPhone แต่มีการรายงานเป็นสองกระแสถึงที่มาที่ไป กระแสที่หนึ่งบอกว่าเขียนด้วยจาวา อีกกระแสหนึ่งบอกว่าใช้ WebKit core ตัวเดียวกับที่เป็นตัวขับเคลื่อน Safari ใน iPhone

อ่านแล้วคุ้นๆ หรือเปล่า? เหมือนจะมีโอกาสเป็น JavaFX Mobile แต่ก็ไม่แน่อีกเหมือนกันเพราะอย่างกูเกิลซะอย่าง เรื่องคิดนอกกรอบ จะทำอะไรของตัวเองขึ้นมาก็ไม่เหนือบ่ากว่าแรง อาจเป็นผลงานต่อเนื่องจากเข้าซื้อเทคโนโลยีที่คล้ายกันอย่าง Android ผสมกับ RegWireless บริษัททำโมบายแอพลิเคลชั่นและ Skia ที่ทำ vector-based presentation เอนจิ้นขนาดเล็กมากก็ได้

ที่มา – lastest-mobile.com

กันยายน 3, 2007

Dunkin Look & Feel Alpha

Filed under: NoneSense, simple thoughts — deans4j @ 3:33 pm

UIManager.setLookAndFeel(dunkinlookandfeel.png);

สถานที่ สยามแสควร์

กล้องมือถือ LG Shine

Older Posts »

บลอกที่ WordPress.com .