Voice in the Gentle Wind

สิงหาคม 31, 2007

ชวนเที่ยวงานรับปริญญาธรรมศาสตร์

Filed under: simple thoughts — deans4j @ 7:31 am

ครั้นเราก็เรียนจบกันมาหลายปีดีดัก เพื่อนๆ รุ่นเดียวกันก็ได้ดิบได้ดีได้ผุดได้เกิดกันไปหลายคนแล้ว

ทุกๆ ปีก็จะไปงานรับปริญญาให้ได้อยู่แล้ว ซึ่งต่างคนก็อาจจะไปด้วยต่างสาเหตกันไป บางคนมีเพื่อนมีน้องเพิ่งจบ น้องก็มีทั้งน้องกลุ่ม น้องคอมเป น้องที่เป็นกิ๊กเก่า เค้าชวนไปก็ไปกัน

แต่ครั้นเราเริ่มจบมาแล้วหลายปีเข้า คนรู้จักเราก็เริ่มน้อยลง น้องรุ่นนี้ก็ยังเป็นรุ่นสุดท้ายที่พอจะทันเห็นหน้ากันบ้าง ประมาณว่าตอนผมปี 4 พวกมันอยู่ปี 1 ความสนิทก็น้อยไปตามลำดับ เทียบไม่ได้กับรุ่นน้องที่รุ่นติดๆ กัน เพื่อนบางคนก็เริ่มจะพิจารณาตัวเองว่าแก่เกินจะหาข้ออ้างดีๆ ไปเหยียบท่าพระจันทร์ซะแล้ว

แต่ผมก็ยังมีเพื่อนอีกคนที่เรียนมาพร้อมๆกันที่เพิ่งจะจบ เค้าคงรักสถาบันแห่งนี้มาก เพราะธรรมศาสตร์สอนให้เรารักประชาชน (เกี่ยวกันตรงไหนไม่รู้ เห็นเค้าชอบพูดกัน)

เพื่อนผมคนนี้ตอนเรียนอาจจะไม่ทำตัว hi-profile เท่าไหร่ ชีวิตอาจจะดูลึกลับในสายตาบางคน แต่เพื่อนคนนี้มีความสำคัญและเป็นที่เคารพของผมคนนึงเลยละ

เค้าคนนั้นคือ “พี่มร” สถิติการเรียน 7 ปีจบช่างเป็นอะไรที่ทรหดจริงๆ จนหลายคนคิดว่าเค้าเลิกเรียนไปแล้วด้วยซ้ำ

เท่าที่จำได้พี่มรถือเป็นเพื่อนคอมเปคนแรกของผมเลยนะ ก็ตั้งแต่สอบสัมภาษณ์เลยละก็เริ่มคุยกัน ไอ้เรามันจบปวช.มา ไม่เคยใส่ขาสั้นกับเค้าหรอก ก็กางเกงขายาวมาคนเดียวเลย ส่วนไอ้พวกเพื่อนเราคนอื่นก็ติ๋มๆ ผู้ชายก็ขาสั้น ผู้หญิงก็ชุดคอนแวนต์มาทั้งนั้น

ถูกยัดเยียดความเป็นตัวประหลาดให้อย่างไม่ตั้งใจ ก็ได้พี่มรนี่แหละช่วยแก้เก้อไว้ได้ ระหว่างนั่งรอเรียกสัมภาษณ์ก็คุยกัน

deans4j : มรไมใส่ขายาวมาละ
พี่มร : อ้อ เราซิ่วมานะ
deans4j : อื้อ ไม่เป็นไรหรอก เพื่อนกัน (ถึงซิ่วมาตูก็ไม่เรียกพี่หรอกนะ เชอะ ตูถือว่าเรียนรุ่นเดียวกันเฟ้ย)

ก็คุยสัพเพเหระต่ออีกสักพักใหญ่ๆ เรียกมรๆ ซะสนิท ยิงมุกกระจายน้ำหมากแกแทบไหลแกก็ไม่ได้ว่าอะไร จนไปเข้าเรื่อง

deans4j : เออแล้วนี่มรอายุเท่าไหร่วะ (เพื่อความสัมพันธ์ที่ดี ควรให้ความสนิทมี “วะ” ด้วย)
พี่มร : … (ไม่ตอบ แต่เปิดกระเป๋าตังค์ยื่นบัตรประชาชนให้ดู)

deans4j : O_o” (อึ้งรับประทาน พี่มรเกิดปี 14 ส่วนผมนั้น 24 คิดเลขได้ไวโคตรๆ เพราะไม่ต้องทดเลขในใจให้เสียเวลา)

นับจากวินาทีนั้น ผมก็ไม่เคยเรียกชื่อเค้าโดยไม่มี prefix คำว่า พี่ อีกเลย

ก็เกือบจะได้เป็น roommate กันด้วย แต่พอดีที่บ้านแกไม่อนุมัติให้อยู่หอ A ต้องไปอยู่หอในแทน เลยอดไป ช่วงปี 1 ยังสนิทกันอยู่ ก็ได้พี่มรนี่แหละสั่งสอน แลกเปลี่ยนความรู้วิชาคอมฯ กัน

จำได้ว่าตอนนั้นใครๆ ก็ว่าพี่มรขั้นเทพ นี่แหละจะเป็นบุคคลในตำนานคอมเปเลย เค้าเกิดมาเพื่อสิ่งนี้

แต่แล้วด้วยความที่เป็นคนแก่เลยขี้น้อยใจง่าย แล้วเวลาแกน้อยใจแต่ละทีแกจะไม่แสดงออก แต่จะใช้วิธีหายไปอยู่กับตัวเอง บางทีก็ไม่มาเรียนหมกตัวอยู่ในห้อง ซึ่งนั่นก็ยิ่งทำให้คนลืมแกเข้าไปใหญ่ แล้วการเรียนแกก็ตกลง

ยิ่งการที่แกอยู่หอใน ซึ่งน้อยคนมากที่อยู่คอมเปแล้วจะอยู่หอใน ทำให้แกถูกตัดขาดจากสังคมภายนอกไปเลย สมัยนั้นมือถือยังไม่ได้มีกันทุกคน ไม่เหมือนสมัยนี้ที่ใครไม่มีเหมือนตัวประหลาด ก็เลยไม่รู้จะตามยังไง บางทีก็ต้องปล่อยเลยตามเลย

เวลาต่อมติสแกแตก อาการค่อนข้างรุนแรงเหมือนกัน จำได้ว่าวิชา Stat เป็นวิชาที่หลายคนเกลียดมากมาย ใครไม่เคย F ไม่เคยถอนวิชาไหนเลยส่วนใหญ่ก็มักจะมาตายห่ากันที่วิชานี้เป็นกอง ผมถือว่ายังโชคดีกว่าเพื่อนหน่อยที่เรียน Stat ทั้ง 3 ตัว ได้ C+ คือเกรดที่สวยที่สุด กว่าจะฝ่าฟันจบหลักสูตรมาได้ก็ถอนไปครั้งสองครั้งเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน

ยิ่งอาจารย์ภาค Stat ก็ล้วนแล้วแต่มีภาพลักษณ์เป็น อมนุษย์ เช่นพูดเร็วและรัวมากจนความสนใจนักศึกษากระเจิงไปไหนต่อไหน คิดไปต่างๆ นานาว่าแกหายใจทางเหงือกหรือเปล่า

ความติสแตกของพี่มรกับวิชานี้ทำให้แกยิ่งรักวิชานี้เป็นพิเศษอย่างไม่ตั้งใจ คนทั่วไปอาจจะต้องลงสองครั้งกว่าจะจบสักตัว แต่พี่มรแค่ Stat 1 ตัวเดียวก็เรียนไป 3-4 ครั้งได้มั้ง อ.ไม่ได้ตั้งใจร้ายขนาดนั้นหรอกนะ แต่แกติสแตกจัดก็เลยไม่ไปสอบและไม่ยอมถอนทิ้งบ้างละ คงคิดว่าแกควรรับกรรมสิ่งที่ตัวเองอยู่หรือเปล่าก็ไม่รู้

เวลาคนเราเสียใจผิดพลาดบางทีก็ไม่ชอบถูกซ้ำเติม ยิ่งเราอายุห่างกันมากจะเตือนมากก็ไม่ได้ติดลูกเกรงใจ ถ้าทำให้แกรู้สึกตัวเองมีปมด้อยแกก็จะยิ่งปลีกวิเวกไปทำอะไรคนเดียว ผมเป็นคนนึงนะที่คิดว่าเข้าใจความรู้สึกแก

ยิ่งเทอมหลังๆ แทบไม่เจอหน้าแกเลย ด้านวิชาการความรู้ไอ้เราก็โตขึ้น เก่งขึ้นโดดเด่นกว่าชาวบ้าน พอมีโอกาสได้คุยกับแกเรื่องวิชาการเราก็ไม่กล้าจะพูดเหมือนก่อนแล้ว กลัวแกจะคิดมากอีก เพราะตอนปีหนึ่งแกถูกคาดหวังว่าเป็นตัวเต็ง กลัวแกจะรู้สึก fail เพราะเราเหมือนทิ้งห่างแกไปมากทั้งๆ ที่ตอนเริ่มยังให้แกสอนอยู่เลย

ทุกวันนี้ก็จะพยายามตามข่าวเรื่องชีวิตพี่มร อยากให้แกกลับมาเกิดใหม่ได้ซะที นี่ก็ถือเป็นโอกาสที่ดีในการใช้มันเป็นจุดเปลี่ยนเริ่มต้นใหม่ ก็ดีใจมากๆ ที่ได้รู้ข่าวว่าสุดท้ายก็ดั้นด้นจนจบ งานรับปริญญาครั้งนี้ก็ตั้งใจว่าจะให้พี่มรเป็น main หลักของงานไป

หวังว่าแกคงไม่ติสแตกไม่เข้าพิธีนะ

Advertisements

4 ความเห็น »

  1. โอ้ พี่ มร ยังเหมอืนเดิมเลยนะครับเนี่ย ผมก็เรียนกับแก มาก่อนที่แก จะซิ่วไปเจอคุณนี่แหละ
    ยอมรับในความอดทนในการเรียนของแกเลยครับ แต่ในที่สุดแกก็สำเร็จซักที ดีใจด้วยครับพี

    ปล. ก่อนแกมาเรียนกะผม แกก็ซิ่วมาแล้วนะ เรียนกะผมนี่ก้อ อย่างน้อย 4 ปีอ่ะ เพราะผมจบมาก่อน
    แต่ก็ยินดีด้วยครับ

    ความเห็น โดย nancom — สิงหาคม 31, 2007 @ 9:17 am

  2. พอดีเลยนะครับเนี้ยะ -*- ไว้ถ่าเจอจะบอกให้นะครับว่าเพื่อนเก่าผ่านมาทักทาย

    ความเห็น โดย deans4j — กันยายน 2, 2007 @ 12:45 am

  3. พี่มรชอบทำงาน คนอื่นตอนคืนก่อนสอบ ส่วนเราก็เพิ่งเริ่มอ่าน ปีนี้ต้องไปไฟต์บังคับ พี่มรมี บุนคุนกะ คนหลายคน คนดี ที่โลกไม่ลืม

    ความเห็น โดย bob — กันยายน 2, 2007 @ 9:18 pm

  4. ช่างมีความมุ่งมั่นมากมายเหลือเกิน นับถือๆ

    ความเห็น โดย lnwlnwlnw — กันยายน 3, 2007 @ 11:06 am


RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

สร้างเว็บไซต์หรือบล็อกฟรีที่ WordPress.com.

%d bloggers like this: